สืบเนื่องจากพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ผู้ทรงเป็นศิษย์เก่าของภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี
มหาวิทยาลัยศิลปากร
ผู้ทรงได้ศึกษาภาษาสันสกฤตและทรงเห็นคุณค่าของภาษาสันสกฤตที่มีอิทธิพลต่อศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก
พระองค์ทรงสนับสนุนที่จะให้มีแหล่งศึกษาค้นคว้าและทำวิจัยในเชิงลึกเกี่ยวกับภาษาสันสกฤตในประเทศไทย
ทรงมีพระดำรัสกับคณาจารย์ผู้รับผิดชอบการเรียนการสอนวิชาภาษาสันสกฤต
คณะโบราณคดี
มหาวิทยาลัยศิลปากรว่าขอให้ช่วยกันดำรงการเรียนการสอนวิชานี้ไว้และพยายามขยายงานการศึกษาค้นคว้าด้านนี้ให้มากยิ่งขึ้น
เพราะภาษาสันสกฤตมีบทบาทและมีอิทธิพลต่อพื้นฐานความคิดความเชื่อ
วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งภาษาไทยเป็นอย่างมาก
ดังที่ทรงพระราชนิพนธ์ว่า “เรียนภาษาบาลี
สันสกฤต ทำให้เข้าใจภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยดีขึ้น”
อนึ่ง
แม้ว่าการศึกษาด้านภาษาสันสกฤตจะไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ
แต่ก็เป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา จิตใจ
และศิลปวัฒนธรรมของคนไทยโดยตรง
เนื่องจากรากฐานสำคัญของศิลปวัฒนธรรมไทยอาศัยเรื่องราวในคัมภีร์สันสกฤตเป็นจำนวนมาก
มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ
ในประเทศไทยที่จัดให้มีการเรียนการสอนวิชาภาษาสันสกฤตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า
40 ปี
ปัจจุบันมีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาเอก
อีกทั้งยังได้จัดตั้ง “ศูนย์สันสกฤตศึกษา”
ขึ้นเพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามแนวพระราชดำริดังกล่าวข้างต้น
ในระยะที่ผ่านมาศูนย์สันสกฤตศึกษาได้ดำเนินกิจกรรมทางวิชาการอย่างต่อเนื่องหลายอย่าง
อาทิ การให้บริการข้อมูลด้านสันสกฤตศึกษาแก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไป
การขอความร่วมมือจากรัฐบาลอินเดียในการจัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสันสกฤตมาประจำที่ศูนย์สันสฤตศึกษาซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี
ที่สำคัญศูนย์สันสกฤตศึกษาได้จัดประชุมทางวิชาการระดับนานาชาติอย่างประสบผลสำเร็จมาแล้ว
2 ครั้ง ในแต่ละครั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงาน
ทรงแสดงปาฐกถาพิเศษ และทรงร่วมประชุมทั้งวัน
นับว่าเป็นขวัญกำลังใจและเป็นมิ่งมงคลแก่ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อปี พ.ศ. 2545
นางสาวจำปี ควรชม
ได้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินเพื่อการก่อสร้างอาคารศูนย์สันสกฤตศึกษา
โดยได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เพื่อทูลเกล้าถวายโฉนดที่ดินจำนวน 5
ไร่ (มูลค่าตามราคาประเมิน 30 ล้านบาท)
ที่ดินเลขที่ 166 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา
กรุงเทพมหานคร ในนามมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อวันที่ 18
กุมภาพันธ์ 2545
ต่อมาได้มีพระราชกระแสให้มูลนิธิชัยพัฒนารับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว
และให้มีหนังสือแจ้งมายังศูนย์สันสกฤตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร
เพื่อเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ให้ศูนย์สันสกฤตศึกษา
จัดสร้างอาคารเพื่อการเรียนการสอน การวิจัย
เป็นศูนย์ข้อมูลทางด้านสันสกฤตศึกษาและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาภาษาสันสกฤตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยศิลปากรต่อไป
ในเบื้องต้น
มหาวิทยาลัยศิลปากรพิจารณาเห็นว่า
สมควรที่จะดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์สันสกฤตศึกษา
เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษา
จึงได้จัดทำแผนของบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ
เพื่อให้ทันในโอกาสอันเป็นมงคลดังกล่าว จนกระทั่งในปีงบประมาณ
2550
รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณแผ่นดินเพื่อให้มหาวิทยาลัยศิลปากรก่อสร้างอาคารศูนย์สันสกฤตศึกษาจำนวนเงิน
70 ล้านบาท โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 3
ปี (พ.ศ.2550-2552) อย่างไรก็ตาม
งบประมาณดังกล่าวยังไม่เพียงพอกับแบบของอาคารที่ออกแบบไว้เพื่อให้มีศักยภาพสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตมากที่สุดสมกับเป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติ
และเพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาภาษาสันสกฤตทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการศึกษาค้นคว้าด้านสันสกฤตศึกษาจะได้มีสถานที่ปฏิบัติงานร่วมกัน
ดังนั้น ศูนย์สันสกฤตศึกษาจึงปรารถนาที่จะได้เงินสนับสนุนอีกจำนวนหนึ่ง
เพื่อดำเนินการให้อาคารศูนย์สันสกฤตศึกษาสร้างเสร็จสมบูรณ์และสามารถดำเนินงานตามพันธกิจได้อย่างบรรลุผล
จึงหวังว่าท่านผู้มีจิตศรัทธาที่เห็นคุณค่าของสันสกฤตศึกษาจะช่วยกันสนับสนุนต่อไป